Data4Thai.com
Mail to webmaster Data4Thai.com
北京 Beijing
The Great Wall, Beijing Province N40 25 E116 05 ref: 438 : UNESCO World Heritage
ปักกิ่ง หรือเป่ยจิงเป็นเมืองหลวงของจีน
ปักกิ่ง หรือเป่ยจิงไปเที่ยวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องไปกับบริษัททัวร์ ง่ายนิดเดียว
Home | Beijing 北京 | Chéngdū 成都 | Chóngqìng 重庆 | Guangzhou 广州 | Guilin 桂林 & Yangshou 阳朔 | Hángzhōu 杭州
Huangshan 黄山 | JiuZhaiGou 九寨沟 | Kūnmíng 昆明 | Lhasa 拉萨 | Luòyáng 洛阳 | Nánjīng 南京 | Nanning 南宁 | Shanghai 上海
Shantou | Shēnzhèn 深圳 | Sūzhōu 苏州 | WuyiShan 武夷山 | Wuhan 武汉 | Xiamen 厦门 | Xī'ān 西安 | Xinjiang | Zhūhǎi 珠海
Hongkong 香港 | Macau 澳門 | Japan | Laos | Singapore | Vietnam
[click for Beijing Road Map], beijing-map1, beijing-map2, beijing-map3
Metro
Metro
Beijing Cheng
ขออภัย หน้านี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุง
การเดินทางไปปักกิ่ง 1. บินตรงจากเมืองไทย ตั๋วไปกลับรวมภาษีประมาณหมื่นกว่าบาท
2. ไปทางมาเก๊า เข้าจูไห่แล้วต่อรถทัวร์เข้ากวางเจา จากกวางเจามีรถไฟเข้าปักกิ่ง ค่ารถไฟ Hard sleeper ประมาณ 430 หยวน
3. ไปทางฮ่องกง แล้วต่อรถไฟเข้าปักกิ่ง ค่ารถไฟ Hard sleeper ประมาณ 580 หยวน
4. เข้ากวางเจา แล้วหาซื้อตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษบินเข้าปักกิ่ง ราคาตั๋วที่ลดพิเศษ 40% - 70% เคยเจอลดถึง 70% บ่อย ๆ รวมภาษีอาจหาได้ในราคา 510+130 = 640 หยวน จากราคาเต็ม 1700+130 หยวน ลองหาจาก ctrip หรือ eLong
สถานีรถไฟ
1. สถานีใหญ่
2. สถานีตะวันตก
สถานีใหญ่จะอยู่ใกล้สถานีรถใต้ดิน ส่วนสถานีตะวันตกอยู่ห่างจากรถใต้ดิน ส่วนคิวรถ Taxi จะอยู่ด้านขวามือ เมื่อออกจากสถานีรถไฟ ให้ระวังพวกนายหน้าขายทัวร์ และพวกนายหน้าหาที่พักให้ รวมทั้งพวกล้วงกระเป๋า มักอยู่ในบริเวณนี้จำนวนมาก ต้องตั้งหลักให้ดีว่าจะหาที่พักที่ไหน
สนามบินอยู่ด้านทิศเหนือการเข้าเมือง อาจเรียก Taxi ประมาณ 70 - 90 หยวน หรือไป Capital Airport shuttle bus ซึ่งต้องดูสายด้วยว่าไปด้านใดของเมือง ค่ารถ Capital Airport shuttle bus คนละ 16 หยวน
ที่พัก1. แถวสถานีรถไฟ เป็นแหล่งที่พักราคาถูก มีที่พักมากมายโดยรอบสถานีรถไฟ ราคาห้องต่อคืนประมาณ 60 - 180 หยวน แต่สภาพไม่ดีนัก
2. ที่พักใกล้สถานีใหญ่ราคาถูกที่ปลอดภัยสำหรับ Backpackers = recomment = Beijing City Central International Youth Hotel(北京城市青年酒店(原北京城市国际青年旅舍)) Phone: 86-10-85115050, 86-10-65258866 ที่ตั้ง ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถใต้ดินสาย 2 Exit A ถ้ามาจากสถานีรถไฟตะวันตก นั่งรถเมล์ 703 จากสนามบิน นั่ง Airport Bus สาย 3 หรือ "C" line
3. Templeside house hostel Free Airport Pick Up เลขที่ 3 Liuhe Hutong 2 Tiao,Xisi,Xicheng District, @ 60 - 80 หยวน
4. Downtown Backpackers No.85, Nanluogu Alley, Dongcheng District @ 60 หยวน ที่ตั้ง click ที่นี่
5. Beijing Lotus Hostel No.29 Xisi Bei Qitiao, Xicheng District, Beijing, China @ 60 - 100 หยวน
อาหารการกินอาหารของปักกิ่งที่ขึ้นชื่อคือ เป็ดปักกิ่ง อาหารชนิดอื่น ๆ ส่วนใหญ่ หน้าตาคล้ายอาหารไทย แต่รสชาติต่างกันมาก ออกมัน ๆ กินแล้วเลี่ยน อาหารเช้าที่นิยมคือน้ำเต้าหู้ ซาละเปาใส้ผักชนิดต่าง ๆ ปลาท่องโก๋ตัวใหญ่ หรือแป้งผสมไข่ คล้ายแพนเค็กแต่ทำเป็นแผ่นบางใหญ่ใส่ใส้ผัก
ร้านเป็ดปักกิ่งที่ขึ้นชื่อมีหลายร้าน อาจพิจารณาตาม link นี้ ร้านเป็ดปักกิ่ง
สถานที่ที่น่าสนใจ
ในเมือง
การเดินทางในกรุงปักกิ่งที่นิยมใช้กันคือ รถเมล์และรถใต้ดิน ค่ารถเมล์ตลอดสาย 1 หยวน ถ้าซื้อบัตรเติมเงินจะเสียเพียง 4 เหมา ค่ารถไฟใต้ดินสาย 1 และสาย 2 สามารถนั่งต่อกันได้โดยเสียค่าโดยสารเพียง 3 หยวนตลอดสาย แต่หลังวันชาติจีนปี 2550 ค่าโดยสารลดเหลือ 2 หยวนเท่านั้น สามารถใช้บัตรเติมเงินชนิดเดียวกับที่นั่งรถเมล์ได้ แต่ค่ารถใต้ดินไม่ได้ลดราคา แต่ให้ความสะดวกเท่านั้น จะมีพนักงานตรวจตอนเข้าใช้บริการ จะขึ้นสถานีไหนก็ได้ ส่วนค่า Taxi เริ่มด้วย 10 หยวน ถูกกว่าเซี่ยงไฮ้ แต่แพงกว่ากรุงเทพนิดหน่อย ใส่ของท้ายรถไม่เสียเงินเพิ่ม
1. Tian Anmen ไปได้ด้วยรถใต้ดินขึ้นที่สถานี Tian anmen West หรือ Tian anmen East ก็ได้
2. The Forbidden City อยู่ใกล้กับ จตุรัสเทียนอันเหมิน
3. The Temple Of Heaven หรือ Tiantan ค่าผ่านประตู 15 + 20 หยวน ไปได้ด้วยรถเมล์สาย 120 หรือ 208 หรือรถไฟใต้ดินสาย 5 ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ไปที่สถานี Tiantandongmen เพียง 2 หยวนเท่านั้น
4. พระราชวังฤดูร้อน
5. ย่านหูท่ง (Hutong) มีหลายย่านเช่นแถวเฉียนเหมินซึ่งอยู่ใกล้จตุรัสเทียนอันเหมิน
6. วัดลามะ ไปได้ง่ายด้วยรถใต้ดิน ขึ้นที่สถานี Yonghegong Lama Temple ค่าผ่านประตู 25 หยวน
7. วัดเมฆขาว ต้องไปด้วย Taxi หรือรถเมล์ ห่างจากสถานีรถไฟตะวันตกประมาณ 2 ป้ายรถเมล์
8. ถนนหลิวลี่ฉ่าง อยู่ใกล้เฉียนเหมิน ถ้าหันหลังให้จตุรัสเทียนอันเหมินจะอยู่เยื้องไปทางด้านขวามือ
9. ตลาดรัสเซีย (Yong Anli) ไปได้ง่ายด้วยรถใต้ดิน ขึ้นที่สถานี Yong Anli ขึ้นไปทาง Silk Street
10. Wangfujing ไปได้ง่ายด้วยรถใต้ดิน ขึ้นที่สถานี Wangfujing เป็นถนนคนเดินที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินกัน
11. Capital Meseum ไปได้ง่ายด้วยรถใต้ดิน ขึ้นที่สถานี Muxidi ค่าผ่านประตู 30 หยวน
12. อุทยานเป๋ยไห่ (Bei Hai)
13. อุทยานโหวไห่ (Hou Hai) มีร้านอาหารริมทะเลสาปที่น่านั่ง อาหารจะแพงหน่อย แต่บรรยากาศดีมาก
สถานที่ที่น่าสนใจ
นอกเมืองโดย
เดินทางเอง
เราอาจไปเที่ยวเองได้ โดยนั่งรถทัวร์ประจำทาง หรือซื้อทัวร์ท้องถิ่นก็ได้
1. กำแพงเมืองจีน มีหลายด่าน บางด่านมีบริการกระเช้าไฟฟ้า ด่านที่นิยมกันคือ ด่านปาต๋าหลิ่ง
2. เขาซีซาน หรืออุทยานเขาหอบ (เซียงซานกงหยวน)
3.
สถานที่อื่น ๆ
1. เมืองเทียนจิน อยู่ห่างจากปักกิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 137 KM มีรถไฟขบวนวันละหลายขบวน รวมทั้งรถไฟหัวกระสุน ซึ่งวิ่งเพียงชั่วโมง 10 นาที ก็ถึงแล้ว
2. เมืองเฉิงเต๋อ มีวัดและพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าวังต้องห้าม อยู่ห่างจากปักกิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 256 KM ต้องนั่งรถไฟไปประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง เช่นขบวน N211
Beijing Railway Station
Tian Anmen Ave
The Temple Of Heaven
ตลาดรัสเซีย
ทริปวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2007 - วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2007

วันแรกวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2007 เดินทางด้วยหางแดง FD3602 BKK-Macau 10.05 – 13.50
เดินทางด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก ถึงสนามบินมาเก๊าประมาณบ่าย 2 โมง เวลาท้องถิ่น ผ่านด่านแล้วเรียก Taxi ไปท่าเรือ ค่าโดยสาร 43 MOP + ค่ากระเป๋าวางกระโปรงหลัง 3 MOP + ค่าข้ามสะพาน 5 MOP รวม = 51 MOP ทริปนี้ไปส่งลูกกลับปักกิ่ง และไปดูที่เรียน ที่อยู่ว่าเป็นอย่างไร ลูกกลับจากปักกิ่งมางานรับปริญญาน้องชายเขา และมาลงประชามติว่าจะรับร่าง ฯ หรือไม่
พอจะกลับปักกิ่ง ถามราคาตั๋วปีราคาตั้ง 20,000 บาท จึงปรึกษากันซื้อตั๋วโปรไม่มากของ Airasia ไปดูว่าปีนี้ ที่ฮ่องกง ลดราคาจริงหรือหลอก จองตั๋วไปมาเก๊า ไม่ได้จองกลับนะครับ 3 คน 6,447 บาท และไม่ได้จองโรงแรมหรืออะไรอย่างอื่นล่วงหน้าเลย ซึ่งที่จริง ผมกะจะจองโรงแรม MayFair Garden แต่ลูกบอกไม่ต้องจอง เขาจัดการเอง ไปวันอาทิตย์คนไม่มากหรอก ไม่จองก็ไม่จอง เพื่อน ๆ ที่จะไปเที่ยวเมืองจีน ไม่ต้องกลัวครับ ซื้อตั๋วไป ไม่ได้ซื้อตั๋วกลับ ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะบางคน อย่างผมยังไม่รู้จะกลับวันไหนเลย ถึงท่าเรือมาเก๊าแล้วไปซื้อตั๋วเรือ First Ferry ไปเกาลูนวันอาทิตย์ คนละ 155 MOP ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง มากกว่า Turbo Jet แต่มาขึ้นฝั่งใกล้ Tsim Sha Tsui แล้วเดินไป Tsim Sha Tsui ครับ ออกจากตัวตึกมาแล้ว ก็เจอเขาประท้วงกันเรื่อง CCP ขบวนยาวตัดผ่านไปไม่ได้ ต้องอ้อมขึ้นตัวตึก Ferry Terminal แล้วข้ามสะพานที่เขาต่อเชื่อมกับตึก Silvercord ไปลงฝั่งตรงข้าม กว่าจะไปถึงที่พักได้เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ไปพักที่ชั้น 13F Mirador Mansion Nathan Rd. Tsim Sha Tsui เจ้าของเป็นคนจีนอายุประมาณ 40 ต้องต่อรองราคากันตามควร เขาให้ห้องใหญ่มีสามเตียง เตียงใหญ่นอนได้สองคนหนึ่งเตียง และเตียงเล็กอีกสองเตียงในราคา คืนละ 450 HKD แถม Wireless Internet ให้สองชั่วโมง ไม่ค่อยพอใช้เลย ห้องและทางเดินกว้างและใหญ่กว่าแถว Mongkok แถว Mongkok เคยนอนครั้งเดียวเข็ดเลย อึดอัดมาก
พอวางของและทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็ลงมาหาของกินกันเลย เพราะตอนกลางวัน ไม่ได้ทานอะไรมาก ทานรองท้องเท่านั้น มื้อแรกที่ฮ่องกง ก็ไปทานร้านเก่งของลูกครับ แถวถนน Cameron ร้านนี้มีเมนูภาษาไทยด้วยนะครับ แต่ต้องบอกเขาว่าต้องการเมนูภาษาไทย ข้าวหน้าหมูแดง หมูหัน หมูหันกรอบ รับรองความอร่อยครับ นี่เป็นข้าวหมูแดง เป็ดย่าง พอใช้ได้เท่านั้น สั่งข้าวหน้าหมูแดง หมูหัน 2 จาน ข้าวหมูแดง เป็ดย่าง 1 จาน กินกันไม่หมดครับ เอาแต่หมูแดงใส่กล่องกลับ เขาจะให้กล่องเปล่ามาใส่เอง และให้ถุงพลาสติก 1 ใบ จากนั้นก็เดินมาแถว New Mandarin Plaza เดินดูลาดเลาไว้ก่อน พรุ่งนี้วันจันทร์จะมาทำวีซ่าเข้าเมืองจีนที่ตึกนี้ ผมจะไปปักกิ่งไม่ได้ทำวีซ่าที่เมืองไทยนะครับ เพราะคิดว่าถ้าผ่านฮ่องกง มาทำวีซ่าที่ฮ่องกงดีกว่า ทำเช้าได้บ่ายโมงครึ่ง ผมทำแบบ double ค่าทำคนละ 280 HKD แถว New Mandarin Plaza ยังมีบรรยากาศดีเหมือนเดิม จากนั้นก็เดินไปสถานีรถไฟ Hung Hom เพื่อไปถามตั๋วรถไฟไปปักกิ่ง เดินไปทางด้านข้างของตึก New Mandarin Plaza จะมีบันไดเลื่อนขึ้นไป ขึ้นไปแล้วก็เดินไปตามทางครับ เดินไปสักพักจะเห็นสถานี Hung Hom อยู่ขวามือ ถึงแล้วต้องเดินต่ออีกนะครับ เพราะที่เห็นเป็นสถานีรถไฟที่ไป Shenzhen ต้องเดินไปสถานีใหญ่ เลี้ยวซ้าย ถ้าเดินไปตามป้ายบอกทาง รถด่วนพิเศษที่ไปเมืองจีนมีไป 3 สาย สายปักกิ่ง สายเซี่ยงไฮ้ และสายกว่างตงซึ่งไปกวางเจาด้วย สอบถามปรากฏว่าว่า Hard sleeper ชั้นล่างเต็มหมด แต่ชั้นกลางกับชั้นบนยังมีอีกมาก จึงรอไว้ได้วีซ่าแน่ ๆ ก่อน ค่อยกลับมาซื้อ จากนั้นก็เดินดูของและชีวิตชาวฮ่องกง และเดินกลับมาแถว Tsim Sha Tsui ไม่ได้เดินไปดูแถวท่าเรือเลย เพราะเราทั้งสามคนมาฮ่องกงหลายครั้งแล้ว ตัวผมเองสิบกว่าปีก่อน ทำการค้า ส่งของมาขายฮ่องกง จึงมาบ่อยมาก ลูกค้าอยู่แถว Sham Shui Po หลายคน ปัจจุบัน จีนแย่งลูกค้าไปหมดนานมาแล้ว ผมก็ไม่ได้ทำการค้าอย่างนั้นมาเป็นสิบปีแล้ว เราเดินดูของไปตามเรื่องตามราว รู้สึกว่า เขาลดราคาน้อยมาก และการค้าไม่คึกคักเหมือนก่อน ดูอย่างกับเป็นช่วงถดถอยของฮ่องกง ผมมาเที่ยวนี้ ภาระอีกประการหนึ่งก็คือ กำจัดแบงค์ 1000 ปี 2000 และปี 2002 ซึ่งมีเก็บค้างไว้หลายใบ ขาดทุนไปมาก แลกไว้ตั้งแต่ตอนห้าบาทกว่าแนะ ซึ่งร้านค้าหลายร้านเขาไม่รับกันแล้ว ต้องไปแลกกับธนาคาร
วันจันทร์ที่ 27 ส.ค. 2007 เดินไปที่ตึก New Mandarin Plaza เพื่อให้เขาทำวีซ่าให้ ระหว่างทาง ก็แวะทานอาหารเช้าที่ Cafe de coral 8.30 น. เอา Passport และรูปถ่ายสีหนึ่งใบ ให้เขา พร้อมกับเขียนที่อยู่เมืองไทยเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วย ไม่ต้องกรอกใบวีซ่าเลย และไม่ต้องเซ็นต์ชื่อด้วย นัดรับ Passport 13.30 น. ชำระเงินตอนกลับมารับ Passport ครับ ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง เราเดินเล่นแถวเดิมครับ และเดินไปทำธุระกิจส่วนตัวที่ Peninsula Hotel เป็นประจำ ไม่ได้ไปพัก แต่ขอใช้บริการหน่อย Peninsula Hotel !!! อดใจไม่ใช้บริการไม่ได้ครับ สวยจริง ๆ ดูแล้วเจริญหูเจริญหาดีครับ เสร็จกิจแล้วกลับที่พัก ไป Check out ครับ แล้วเรียก Taxi ไปสถานีรถไฟ ถึงแล้ว ให้เจ้านายผมเฝ้าของไว้ ผมกับลูกไปรับ Passport ได้รับตอน 13.20 น. แล้วกลับมาซื้อตั๋วรถไฟ Hard Sleeper ที่นอนกลาง 587 HKD ที่นอนชั้นบนสุด 574 HKD ถ้าเดือนกันยายนมีโปรโมชั่น เที่ยวเดียวลด 10% ถ้าซื้อ่ตั๋วไปกลับจะได้ลด 20% ซื้อตั๋วรถไฟได้แล้ว รถไฟออกเวลา 15.16 ถึงปักกิ่ง 15.41 ของอีกวัน ตอนนี้ก็หาของกินก่อนขึ้นรถไฟครับ ในสถานีรถไฟมีร้านขายอาหารหลายร้านครับ ก่อนขึ้นรถไฟ ก็ต้องเขียนใบแจ้งออกจาก Hong Kong และจะแจ้งเข้าเมืองจีนตอนลงจากรถไฟ ก่อนออกจากสถานี เมื่อรถไฟวิ่งไปสักพักหนึ่งเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนตั๋วรถไฟเป็นบัตรแข็ง ขนาดเท่าบัตร credit
วันอังคารที่ 28 ส.ค. 2007 ยังอยู่ในรถไฟครับ ปกติ ผมนั่งรถไฟจีน มักจะมีเพื่อนร่วมทางชาวจีนมาคุยด้วย แต่เที่ยวนี้ ไม่มีครับ เพราะในตู้ที่นั่งมาเป็นกลุ่มทัวร์ชาวฮ่องกงเกือบทั้งหมด เขาพูดกันเองด้วยภาษากวางตุ้งกันเป็นส่วนใหญ่ เสียงดังมาก รำคาญ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ทนจนรถวิ่งถึงสถานี Beijing West Railway Station สำหรับท่านที่คิดจะลุยปักกิ่งโดยตัวเอง ก็ไม่ยากนะครับ ถ้าภาษาจีนไม่ได้ อาจจองที่พักทาง Internet เพราะมีพักหลายแห่ง มีบริการมารับฟรีครับ แต่ถ้าภาษาจีนกลางพอได้ ก็มาหาห้องพักเองจะดีกว่า โดยขอดูห้องก่อนจึงตัดสินใจ ก็ได้ครับ ผมไปเที่ยวหลายเมืองในเมืองจีน ก็ไม่เคยจองที่พักล่วงหน้านะครับ เมืองจีน ผมว่าทุกเมือง เราสามารถหาห้องพักสะอาด อุปกรณ์มาตรฐาน ในทำเลที่ปลอดภัยได้ในราคาไม่น่าจะเกิน 200 หยวน ถ้าเมืองไหนมีรถไฟใต้ดิน ผมก็มักหาที่พักใกล้สถานีรถใต้ดิน แต่ครั้งนี้ผมและเจ้านายผม มากับลูกที่เรียนอยู่ปักกิ่ง จึงไปพักที่ condo ที่ลูกและเพื่อน ๆ เขาร่วมกันเช่าไว้ ออกจากสถานีรถไฟตะวันตก เราเรียก Taxi ไปที่พักครับ ค่ารถเริ่มที่ 10 หยวน กระเป๋าไว้ท้ายรถไม่เสียเงินเพิ่มอย่างมาเก๊า หรือฮ่องกง ขณะนั้นประมาณบ่ายสี่โมงกว่า รถติดครับ ถึงที่พัก ค่ารถ 29 หยวน ที่พักเป็น condo จะเข้าไปต้องกดรหัสเปิดประตู ถ้ามาหาคนพัก ก็กดเรียกเพื่อนให้เปิดให้จากในห้องได้ เว้นแต่จะมั่วเข้า ตอนที่มีคนเดินออกมา พอเดินเข้าไปข้างในตัวตึก ก็ดูไม่เลว ขึ้นลิฟไปชั้น 10 กว่า ถึงห้องพัก พอเปิดประตูเข้าไป เป็นโต๊ะกินข้าวและตู้เย็น ไม่รู้จะถูกหลักฮวงจุ้ยหรือเปล่า ต่อด้วยชุดนั่งพักผ่อน ดูทีวี ทางด้านขวามือ มีทางเดินและมีห้องด้านซ้าย 3 ห้อง ด้านขวาอีก 3 ห้อง แบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้อง นอนได้ห้องละ 2 คน แต่จริง ๆ นอนกันห้องละคน เพราะเช่ากัน 3 คน คนไทย 2 เกาหลี 1 อีก 3 ห้องเป็นห้องน้ำ 2 ห้อง และห้องครัว ผมจึงยึดห้องลูก แล้วให้ลูกไปนอนกับเพื่อน ตอนที่ลูกผมไปเรียนที่ปักกิ่งใหม่ ๆ พักในหอพักของมหาวิทยาลัย เขามีสองระดับราคา อย่างถูกหน่อยเป็นหอเก่า กับอย่างดีหน่อยเป็นคล้ายโรงแรม ในรูปเป็นการเข้า check in ของนักศึกษาที่เพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัย หอเก่าโทรมมาก ลูกจึงเลือกหอใหม่ คิดเป็นคืนตกคืนละเกือบหนึ่งร้อยหยวน นับว่าแพงมากสำหรับหอพักนักศึกษา เขาทำให้เหมือนระบบโรงแรม มีคนมาทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน พออยู่ ๆ ไป ก็มีเพื่อนและเพื่อนร่วมห้องชาวเกาหลี ชวนกันออกมาเช่าคอนโดอยู่กัน จะถูกกว่า กว้างกว่า แต่อยู่นอกมหาวิทยาลัย ผมจึงต้องมาดูหน่อยว่า ดีหรือไม่ ตอนค่ำเดินออกมาทานข้าว สำรวจนิดหน่อย และเริ่มเรียนรู้ การเดินทาง การกินอยู่ในปักกิ่ง เริ่มจากการเดินทาง ถ้าใช้รถไฟใต้ดินสาย 1 และสาย 2 จะคิดเป็นเที่ยว ไปไหนก็ได้ ต่อรถระหว่างสาย 1 และ 2 ก็ได้ เที่ยวละ 3 หยวน รถเมล์ก็คิดเป็นเที่ยว ครั้งละ 1 หยวน แต่ถ้าซื้อบัตรเติมเงินซึ่งใช้ได้กับรถใต้ดินและรถเมล์ เขาจะลดค่ารถเมล์เหลือเพียง 4 เหมา ถ้าเป็นบัตรเติมเงินสำหรับนักศึกษา ค่ารถเมล์ครั้งละ 2 เหมาเท่านั้น (1 หยวน มี 10 เหมา) แต่บัตรเติมเงินนี้ใช้กับรถใต้ดินไม่ลดนะครับ เพียงแต่เพิ่มความสะดวกเท่านั้น แสดงว่ารัฐส่งเสริมให้คนใช้รถเมล์มากกว่า
วันพุธที่ 29 ส.ค. 2007 เช้าก็ออกสำรวจตลาดในคอนโดใกล้ที่พัก ในตลาดมีขายข้าวหลายชนิด ข้าวท้องถิ่นจะสั้นกว่าของไทยเรา อ้วน ๆ ป้อม ๆ ถ้าต้องการซื้อข้าวไทยต้องไปซื้อที่ Super Market ลูกผมมักไปซื้อที่ อูเหม่ยตรงข้ามสถานี Jishuitan เมื่อซื้อแล้วก็นั่งรถฟรีของทาง Super กลับที่พัก ทาง super เขามีรถบัสขนาดกลาง รับส่งลูกค้าฟรี ไปตามที่ต่าง ๆ แบ่งเป็นสาย ๆ ในย่านที่ไม่ไกลจากสถานี Jishuitan มากนัก ดูอาหารที่เขาขายตอนเช้า มักจะเป็นพวกแป้ง ๆ ทอด ซาละเปาไส้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นใส้ผักชนิดต่าง ๆ ผมซื้อมาลองกินดู 2 ใบ 1 หยวน ก็พอใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับอร่อย น้ำเต้าหู้ใส่ถ้วยพลาสติก หรือใส่ถุงพลาสติดยาว ๆ อาหารพวกนี้ เราสามารถเห็นได้ตามที่ต่าง ๆ ในปักกิ่ง และยังมีพวกเนื้อแพะเสียบไม้ ปิ้งขาย เขาปรุงได้ดีจนไม่มีกลิ่นสาป เดินแถวคอนโดตอนเช้า จะเห็นคนสูงวัยเลี้ยงหลานกันหลายคน ย่า ๆ ยาย ๆ ก็เลี้ยงหลานไป คุยกันไป คงดีกว่านั่งเหงาอยู่กับบ้าน จักรยานยังคงมีให้เห็นไม่น้อย สถานที่ที่ลูกผมพัก เรียกว่า จินเตี่ยนฮัวเอี๋ยน จากที่พักมีรถเมล์สาย 22, 726 ไปสถานี Jishuitan ทั้งสองสายจะวิ่งไปถึง เฉียนเหมิน เพื่อไป จตุรัสเทียนอันเหมิน และใกล้กันคือ พระราชวังต้องห้าม กู้กง ผมใช้บริการรถเมล์ครับ เพราะมีบัตรเติมเงินขึ้นเที่ยวละ 4 เหมา ไม่ถึง 2 บาท ไปได้จนสุดสาย ลูกผมใช้บัตรนักเรียนเสียค่ารถเพียง 2 เหมา ไม่ถึง 1 บาท ไปได้จนสุดสาย เทียบค่าครองชีพแล้ว ปักกิ่งเริ่มมีค่าครองชีพสูงกว่าบ้านเราเล็กน้อย อาจดูได้จากค่ารถ Taxi และราคาอาหารใน fast food ค่า Taxi จะเริ่มต้นที่ 10 หยวน ค่าอาหารการกินในห้าง ต่าง ๆ แพงขึ้นกว่าที่ ผมมาครั้งก่อนมาก แต่รัฐบาลเขาก็สามารถทำให้ค่าโดยสารสาธารณะพื้นฐานมีราคาถูก ๆ กว่าบ้านเรามากกว่าครึ่งหนึ่ง จากที่พักจะไปขึ้นรถเมล์ต้องเดินหน่อยครับ บริเวณที่ขึ้นรถเมล์ จะเรียกว่า เสี่ยวซีเทียน ระหว่างทาง ก็ถ่ายรูปผลไม้ส่วนหนึ่งที่ขายในช่วงนี้ ถ้าไม่อยากเดิน ก็มีรถเล็กบริการ รถนั่งได้สองคน ไม่รู้ว่านั่งไปที่ป้ายรถเมล์ เขาจะคิดเท่าไร แต่ถามลูกว่าเคยนั่งไหม เขาว่าถ้าไปเรียนสาย เดินไปไม่ทันก็ใช้บริการ บริเวณที่พักห่างจากมหาวิทยาลัย ประมาณสองป้าย เขาคิดเที่ยวละ 5 หยวน วันนี้ผมกับเจ้านายผมไปลุยกันสองคนครับ เจ้านายผมพูดจีนไม่ได้เลยครับ ผมพูดพอได้แต่ไม่มากนัก เรานั่งรถสาย 22 ไปครับ รถเมล์ปักกิ่งหรือทั่วเมืองจีน ทางขึ้นห้ามลง ทางลงห้ามขึ้น บางคันมีทางขึ้นทางเดียว บางคันมีทางขึ้นมากกว่า 1 ขึ้นไปก็ใช้ card ไปแปะ ถ้าไม่มี card ก็จ่ายเงิน 1 หยวนให้กระเป๋า เขาก็จะให้ตั๋วเล็ก ๆ ยาว ๆ ให้เรา สภาพรถเมล์ส่วนใหญ่จะดีกว่ารถเมล์บ้านเรา กระเป๋ารถคุมอยู่ครับ ใครไม่รูดบัตร ก็จ่ายมาเสียดี ๆ เวลาจะขึ้นรถเมล์ ก็ไปที่ป้าย ป้ายหนึ่ง ๆ จะให้จอดรถเมล์ตามสายที่เขียนไว้ เช่นสาย 22 ก็ต้องไปที่ป้ายสาย 22 ถ้าจะขึ้นสาย 726 ก็ต้องไปขึ้นที่ป้าย 726 ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน อาจเว้นห่างกันประมาณเท่าที่จอดรถเมล์ ที่ป้ายนั้น ๆ ก็จะเขียนเป็นภาษาจีนว่าไปไหนบ้าง ผ่านร้านซ่อมรองเท้าเล็ก เขาก็มีที่เย็บรองเท้า ไม่ได้ใช้เข็มและมืออย่างบ้านเรา รถสายไหนไปไหนบ้าง ก็อ่านเอาครับ เราอาจดูแผนที่ แล้วจำตัวหนังสือบางตัวไว้ พูดถึงแผนที่ ตรงที่ขายตั๋วรถไฟที่ฮ่องกง เขามีแผนที่ให้หยิบฟรีครับ มีแผนที่ปักกิ่ง กับ เซี่ยงไฮ้ ผมก็หยิบมาทั้งสองอย่าง เพราะกะจะไปเซี่ยงไฮ้เดือนตุลานี้ แต่ถ้ามาถึงปักกิ่ง แล้วต้องการแผนที่ ก็ซื้อได้ตามแหล่งท่องเที่ยว เขาจะบอกว่า เหลี่ยงไขว้ คือ สองหยวน แต่ต่อหยวนเดียวเขาก็ขายครับ ถึงแล้วครับเฉียนเหมิน เฉียนเหมินคือประตูหน้า เฉียน = ข้างหน้า เหมิน = ประตู สาย 22 จะมาสุดสายที่ เฉียนเหมิน เราอาจนั่งรถใต้ดินมาขึ้นที่ เฉียนเหมิน ก็ได้นะครับ ตรงเฉียนเหมินนี้จะมีรถบริการนักท่องเที่ยว เป็นรถแอร์วิ่งไปเทียนถานได้ คนละ 1 หยวน แต่ต้องเดินต่อนะครับ ถ้าใช้บัตรเติมเงินก็ 4 เหมา ใครจะไปต่อเทียนถาน ไม่แนะนำให้นั่งตรงนี้นะครับ แต่ให้หันหลังให้จตุรัสเทียนอันเหมิน แล้วเดินไปทางขวามือ ไปนั่งรถเมล์สาย 120 แล้วนั่งสุดสาย จนเขาไล่ลง ก็จะถึงเทียนถานประตูด้านทิศใต้ ไม่ต้องกลัวหลงครับ ที่จริงตรงจุดนี้มีรถไปหลายสาย แต่ 120 จะสะดวก เพราะสุดสาย ไม่ต้องคอยมองว่าถึงหรือยัง ไม่ต้องกลัวลงผิดป้าย จากเฉียนเหมินก็เดินไปจตุรัสเทียนอันเหมิน ถ้านั่งรถใต้ดิน ขึ้นที่สถานีจตุรัสเทียนอันเหมินจะเดินน้อยกว่านะครับ แต่การเดินผ่านจตุรัสให้บรรยากาศของความใหญ่โตกว้างขวางของจตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนที่อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ จริง ๆ แล้ว รัฐบาลเขามาขยายบริเวณจตุรัสในภายหลังให้ใหญ่ขึ้น จะผ่าน Moa Memorial Hall ซึ่งเข้าชมฟรี แต่ช่วงนี้ปิดซ่อมถึงวันที่ 20 Sep 2007 เดินผ่านจตุรัสยามนี้จะรู้ถึง.... ความร้อนอบอ้าว ร้อนมากครับ ทำให้เนื้อตัวเหนียว เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เปลี่ยนใจกลับกรุงเทพเร็วขึ้น ตอนก่อนมากะจะอยู่ถึงวันที่ 9 กันยา แต่ไม่ไหวครับขอกลับก่อน เดินผ่านอนุเสาวรีย์วีรชน พวกเขาเหล่าวีรชนผู้กล้า เป็นผู้เริ่มสร้างชาติครับ ชาติยิ่งใหญ่มาจนทุกวันนี้ ล้วนมาจากความเสียสละ และอุทิศตนทั้งนั้น ผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ไม่มีใครร่ำรวยมาก ๆ หรอกครับ ผมไม่เชื่อว่าคนที่รำรวยมาก ๆ โดยเฉพาะร่ำรวยมากขึ้นเมื่อผ่านการมีอำนาจว่า คนเหล่านี้จะรักชาติอย่างแท้จริง กรีนสแปนอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐอยู่หลายสมัย แต่หลังพ้นตำแหน่งก็ไม่ได้มีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นมาก ซึ่งเขามีโอกาสในการทำให้ตัวเองร่ำรวยได้ไม่ยากเลย อนุเสาวรีย์วีรชนนี้เริ่มสร้างหลังผมเกิดไม่นาน กำลังซ่อมเตรียมรับแขกในปีหน้าครับ เวลานี้มีการซ่อมแซมต่าง ๆ ทั่วกรุงปักกิ่ง ถ้าจะเที่ยวให้สมบูรณ์ ก็น่าจะมาใกล้ ๆ เดือน 8 ปี 2008 ก่อนถึงกู้กง จะเห็นร้านค้ามากมาย ก็ขายของกันหน่อย จีนสร้างชาติให้เจริญได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการขายของ และการท่องเทียว ค่าผ่านประตูคนละ 60 หยวน ผมไม่ได้เข้าไปนะครับ มาเดินเล่น คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ เคยเข้าไปแล้ว เดินจนเจ้านายผมปวดขาไปหมด เที่ยวนี้ที่จริง ผมคิดจะไปเมือง Chengde ไปดูพระราชวังที่ยิ่งใหญ่กว่ากู้กง ที่สร้างโดยคังซี
ข้าเคยมาท่องเที่ยวแถบแม่น้ำฉางเจียงหลายครา
ได้ชื่นชมธรรมชาติอันเขียวชอุ่มชุ่มชื้นของแดนใต
้ ในภาคเหนือ ข้าเคยเดินทางข้ามเนินมังกรมาแล้ว
ทางภาคะวันออก ข้าก็เคยท่องไปทั่วเขตแดนเขาไป๋ซาน ที่ซึ่งยอดเขาสูงตระหง่าน
โตรกธารกว้างใหญ่ ลึกล้ำ แต่ใจข้าก็มิพักปรารถนา
มีเพียงเฉิงเต๋อเท่านั้นที่ข้าอยากจะไปพำนักพักพิง

.........................จักรรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง

เฉิงเต๋อ ต้องนั่งรถไฟจากปักกิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง อากาศร้อนขอกลับก่อน สักวันหนึ่งผมจะไปเยือน ตอนนี้อยู่บริเวณประตูระหว่างจตุรัสเทียนอันเหมินกับกู้กง ถ้าจะขึ้นไปดูวิวบนซุ้มประตูเมือง จ่ายมาเสียดี ๆ คนละ 10 หยวน ทางขึ้นซุ้มประตูเมืองอยู่ด้านข้าง แต่เวลานี้ อากาศร้อนมาก จึงนั่งรถเมล์ไปที่ตึกขายส่งที่ค่อนข้างเงียบเหงา ผิดกับตึกขายส่งของกวางเจา คนละเรื่องเลย ไปทาน Mc ครับ และนั่งให้หายร้อนก่อนไปต่อ สาว ๆ ที่ไปเที่ยวปักกิ่งระวังหน่อยนะครับ ตาอาจเป็นกุ้งยิงก็ได้ ที่ร้าน Mc นี้ เจ้านายผม ไปเข้าห้องน้ำ เห็นสาว ๆ เข้าห้องน้ำ มีประตู แต่ไม่ยอมปิด แถมหันหน้าออกด้วย ส่วนผมเห็นจากห้องน้ำ Mc เหมือนกันแถว ซิตัน Xidan เขาไม่อายด้วยนะ ยังมองหน้าเราอีก อาจพูดในใจว่า โตมิโต กูโชว์ดะ เราย้อนกลับมาที่เฉียนเหมินนั่งรถเมล์สาย 120 ไปเทียนถาน ซุ้มขายตั๋วด้านทิศใต้ ค่าผ่านประตู 15 หยวน ถ้ารวมค่าผ่านเข้าบริเวณทำพิธี 35 หยวน เราไปถึงประมาณบ่ายสี่โมงแล้ว เห็นเขียนว่าบางประตูปิดบ่ายสี่โมงครึ่ง จึงไม่ได้ซื้อบัตรเข้า กะจะมาใหม่พรุ่งนี้ ดูด้านนอกเอาพอเป็นพิธีก่อน แล้วนั่งรถสาย 120 ไปถนนคนเดิน Wangfujing ดูไปเรื่อย เดินจนเย็นแล้ว ต้องรีบกลับไปทำงาน วันนี้ผ่านบริษัททัวร์ เข้าไปถามหาตั๋วเครื่องบินบินกลับกรุงเทพ ราคาค่อนข้างแพง ตั๋ว oneway 18XX - 2100 หยวน วันทำงาน ผมอยู่ปักกิ่ง เที่ยวจนเย็นต้องกลับที่พัก ไปทำงานส่งข้อมูลบางอย่างขึ้น Internet ดังนั้นตอนเย็นจนค่ำ ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ตอนแรกยังกะจะอยู่ถึงวันที่ 9 ก.ย. แต่ไม่ชอบอากาศตอนกลางวันในปักกิ่ง จึงหาตั๋วกลับก่อน กว่าจะได้ ก็มีลุ้นเหมือนกัน
วันพฤหัสที่ 30 ส.ค. 2007 เช้าออกจากที่พักนั่งรถเมล์ไปเฉียนเหมิน แล้วไปต่อรถเมล์สาย 120 ไปจนสุดสาย จนคนลงหมด เดินไปอีกนิดเดียว จะเป็นทางเข้าด้านทิศใต้ ระหว่างทาง จะเห็นชาวจีนมาออกกำลังกายตอนเช้า สำหรับเทียนถาน ค่าเข้าชมมี 2 ราคา คือ 15 หยวน และ 35 หยวน 15 หยวนเป็นค่าผ่านสวนสาธารณะเทียนถาน มีขนาดกว้างขวาง ร่มเย็น ถ้าซื้อบัตร 35 จะเข้าชมได้ทุกสถานที่ หรือเราอาจซื้อ 15 หยวนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าชมส่วนวิหารบวงสรวงหรือไม่ก็ได้ โดยซื้อบัตรเพิ่มอีก 20 หยวน ก็เหมือนกัน ที่เทียนถานเขาเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 06.00 น. เท่าที่ทราบมา สวนสาธารณะในเมืองจีนจะให้คนท้องถิ่นเข้าฟรี ถ้าเข้าก่อนเวลาเปิดเป็นทางการ เพื่อเข้าไปออกกำลังกาย ตอนแรกเรากะจะไปก่อน 06.00 น. แต่ก็ไปไม่ทัน เราซื้อตั๋ว 15 หยวน ค่าเข้าเฉพาะบริเวณสวนสาธารณะ เพราะบริเวณวิหารเคยมาแล้ว เที่ยวนี้มาเก็บรายละเอียดบริเวณสวน ซึ่งครั้งที่แล้วมากับทัวร์ เขามีเวลาให้เราจำกัด คราวนี้ จึงเดินชมนกชมไม้ ดูกิจกรรมที่ชาวจีนนิยมกันก็มี เตะลูกยาง เต้นรำ รำพัด รำมวยจีน ร้องเพลง เล่นดนตรี ผ่านบริเวณที่มีบริการให้เช่าชุดแต่งตัวยุคโบราณถ่ายรูป ใครอยากเป็นฮ่องเต้ เป็นฮองเฮา ชั่วคราวก็ได้ จากนั้นก็เดินผ่านบริเวณที่มีคนจำนวนมากร่วมกันร้องเพลงประสานเสียง นักดนตรี และนักร้อง นี่ก็อีกวง วงหน้าประตู เดินชมสวนจนพอใจแล้ว ก็ออกจากเทียนถานทางประตูทิศเหนือ นั่งรถเมล์ 2 ต่อไปเฉียนเหมิน เพราะนัดลูกไว้ที่นั่น เพื่อไปกินเป็ดปักกิ่ง มาปักกิ่ง ไม่กินเป็ดปักกิ่งก็กระไรอยู่ วันนี้นัดลูกและลูกเพื่อนที่มาเรียนปักกิ่งอีกคนมากินเป็นเป็ดปักกิ่ง ลูกได้โทรจองโต๊ะไว้ เป็นร้านดังร้านหนึ่ง อยู่ในหูท่งย่านเฉียนเหมิน หูท่งเป็นย่านที่อยู่ดั้งเดิม เป็นชุมชนที่อยู่กันอย่างหนาแน่น แต่ละบ้านจะไม่มีห้องน้ำ แต่จะใช้ห้องน้ำรวม หูท่งในปักกิ่งมีอยู่หลายย่าน แต่กำลังถูกรุกรานจากความเจริญ ร้านที่ไปนี้เป็นร้านเป็ดปักกิ่งตระกูลหลี่ คือร้าน Liaun Roast Duck Restaurant ซึ่งต้องเดินผ่านย่านหูท่ง ใกล้เฉียนเหมิน สมัยก่อนจะมาร้านตระกูลหลี่ จะหายากมาก เพราะต้องเลี้ยวไปเลี้ยวมา ในย่านหูท่ง แต่ปัจจุบัน หูท่งแถวเฉียนเหมินถูกรื้อทิ้งไปเยอะแล้ว ทำให้การมาร้านตระกูลหลี่ง่ายขึ้น ในรูปผ่านย่านหูท่ง จึงถ่ายไว้ พอดีเจอทัวร์ไทย ที่มาเที่ยวดูย่านหูท่ง เลยเดินตามเขาไป ในรูปต้องเสียต่าผ่านประตู เลยไม่ได้ตามเข้าไป ป้ายบอกทางไปร้านหลี่ เดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยครับ ลูกของเพื่อนผม มาปักกิ่งเรียนภาษาจีนอยู่พักหนึ่ง แล้วลงเรียน MBA ภาค Inter เวลาว่าง เป็นไกด์พาทัวร์ไทยเที่ยว วันนี้จึงมากินเป็ดกัน 4 คน สั่งอาหารเลยครับ เห็ดผัดผัก ก็อร่อยดี เขาแล่เป็ด ไม่ได้แล่แต่หนังนะครับ แล่มาทั้งเนื้อด้วยครับ ความจริงยังสั่งเนื้อผัดผักอีกจาน แต่ลูกของเพื่อนไม่ทานเนื้อ จึงเปลี่ยนเนื้อเป็นหมู เขาผัดได้อร่อยทีเดียว ลืมถ่ายรูปไว้ เผลอหน่อยเดียว หมดเสียแล้ว และยังมีข้าวผัดกุ้ง สำหรับเป็ดปักกิ่ง หนังไม่กรอบเหมือนที่ร้านในเมืองไทย มื้อนี้จ่ายไป 214 หยวน ส่วนที่คุณ โอซามา ดับเบิลยู บุช ไปทานร้าน ฉวนจู่เต๋อ ซึ่งเป็นร้านชื่อดัง รู้สึกจะขายเป็ดแพงที่สุดในปักกิ่ง และมีสาขาแถว Wangfujing ด้วย แต่ลูก ๆ หลาน ๆ บอกว่า ราคาต่างกัน แต่ความอร่อยไม่ต่างกันมาก แล้วแต่ความชอบ ระหว่างออกจากร้าน ไปดูเขาย่างเป็ด เขาจะอัดน้ำซุปเข้าไปในตัวเป็ดก่อนย่าง เขาถ่ายรูปคนดังต่าง ๆ ไว้โชว์ด้วย พวกผมรออยู่ตั้งนาน ไม่เห็นมาถ่ายรูปพวกเราเลย กลับดีกว่า ลาก่อน ร้านตระกูลหลี่ ไว้กะจะกลับปักกิ่งอีกที ประมาณเดือนมกราคม จะไปเยือนร้าน ฉวนจู่เต๋อ บ้าง มกราคม อาจไปทางมาเก๊าด้วย Airasia เข้ากวางเจา หรือกุ้ยหลิน ไปซีอาน มาลั่วหยาง เข้าปักกิ่ง บินกลับกรุงเทพ ใครสนใจจะไปด้วยบ้าง เอ ชักไม่ค่อยดีเสียแล้ว เพราะมีคนเตือนให้ระวังพวกที่ชอบชวนเที่ยว เดินกลับมาที่เฉียนเหมินไปเดินย่านถนนเก่าหรืออาจเรียกสายวัฒนธรรม ถ้าอยู่เฉียนเหมินหันหลังให้เทียนอันเหมิน ด้านหน้าเยื้องขวาหน่อยจะมีตรอกซอยให้เข้าไปได้ เราอาจเดินจากบริเวณนี้เข้าไปก็ได้ ทั้งแถบเลยครับ จะเป็นย่านชอปปิ้งกึ่งของวัฒนธรรม เก็บภาพไปเรื่อย ตลับแป้งเป็นกระเบื้องเคลือบราคาถูกครับ 10 หยวน บางส่วนคล้ายถนนจินลี่ที่เฉิงตู เสื้อยืดคอกลมพิมพ์สวยดี ซื้อมาฝากลูกชาย เหมือนเอาศาลเจ้ามาทำร้านค้าเลย ตอนนี้ลูกของเพื่อนแยกกลับไปครับ เราไปกันต่อที่ตลาดรัสเซียครับ หลายปีก่อน ผมมาปักกิ่ง ก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อตลาดรัสเซีย มาเที่ยวนี้จึงถามว่าตลาดรัสเซียอยู่ที่ไหน ได้ความว่า ตลาดรัสเซีย เป็นตลาดที่คนไทยเรียกกัน มีหลายย่าน เช่น ย่าน หยงอันหลี่ ย่าน Sanlitun เราไปที่ หยงอันหลี่นะครับ เพราะไปง่าย ขึ้นจากสถานีรถใต้ดินก็ใช่เลยครับ ทางที่เขียนว่า Silk Street ที่นี่ต้องต่อราคาแหลก ไม่ต้องไปเกรงใจกันครับ รองเท้าดูดีหน่อย เขาบอก 280 ต่อไม่ไหวครับ พ้นวัยแล้ว เมื่อก่อนชอบมากครับ ท้าทายดีครับ ว่าเราจะต่อได้เท่าไร ใครจะซื้อได้ถูกกว่ากัน แต่เดี๋ยวนี้เบื่อการบอกผ่านมาก ๆ แบบนี้ เดินหนีปุบ ราคาค่อย ๆ ลดทันทีจนเหลือ 30 หยวนครับ เขาลดให้เอง แต่ก็ไม่ได้ซื้อนะครับ รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า สรุปแล้ว ถ้าชอบ แถวนี้ควรต่อให้เหลือ 10% เช่น เขาบอก 500 ต่อเหลือ 50 ของเยอะดีครับ เดินแถวนี้ ถ้าไม่เจอคนไทยก็แปลก แว่นตาก็มีมากมายให้เลือก เย็นแล้วต้องกลับที่พัก แล้วติดต่อลูกชายที่ให้จองตั๋วเครื่องบินให้ ผลเป็นอย่างไร คือ คืนวันที่ 30 ผมก็หาตั๋วกลับกรุงเทพราคาถูกได้ แต่ต้องจองผ่าน Internet เท่านั้น ผมก็ทำการจองโดยใช้วีซ่าของ SCB แต่ต้อง vertify ไม่ผ่านตั้งสิบกว่าครั้ง ใช้บัตรนี้จอง Airasia ไม่เคยมีปัญหา จึงให้ข้อมูลผมกับลูก ให้ติดต่อถามทาง Call center ของบัตรวีซ่า ทาง Call center บอกต้องพูดกับเจ้าของบัตรโดยตรง ทั้ง ๆ ที่ผมอยู่ปักกิ่ง ลูกจึงใช้โทรศัพท์จ่อกับไมค์ให้พูดกับผม สรุปแก้ไขไม่ได้ สำหรับท่านที่คิดจะไปเที่ยวเมืองจีน โดยเดินทางเที่ยวไปตามเมืองต่าง ๆ หลายคนจองผ่าน Airasia แต่ต้องย้อนกลับมาที่ มาเก๊า หรือ Xiamen ที่จริงไม่ต้องครับ เช่น อาจเข้าจีนจากมาเก๊า ไปกว่างโจว ไปซีอาน เข้าปักกิ่ง จากปักกิ่ง อาจจองตั๋ว Srilanka กลับไทย oneway เพียง 870 หยวนเท่านั้น ถ้า Air asia สามารถบินไปปักกิ่งได้ ยังไม่รู้ว่าจะทำราคานี้ได้หรือไม่ เพราะคิดเป็นเงินไทยยังไม่ถึง 4000 บาทเลย มีอาหาร เครื่องดื่มฟรี มีผ้าห่มฟรี ผมจะกลับวันที่ 2 แต่วันที่ 30 เย็นแล้วยังไม่ได้ตั๋วเลย email ไปถามทาง Srilanka เขาก็บอกว่าช่วยไม่ได้ ให้ได้แต่คำแนะนำ เพราะราคาที่ว่าต้องจองผ่าน Internet เท่านั้นให้ลองใช้เครื่องคอมเครื่องอื่นดู ทาง SCB ก็ไม่ได้เรื่อง
วันศุกร์ที่ 31 ส.ค. 2007 เช้านี้ผมลองจองใหม่ ไม่ใช้บัตรวีซ่า SCB แล้ว ลองใช้ของกสิกรไทยดู ปรากฎว่า ครั้งเดียวก็ผ่านเลย จึงเอา files ที่ confirm จากสายการบิน Srilanka ใส่ flash drive ไปพิมพ์ที่ร้านค้าในมหาลัยลูก แล้วเดินผ่านมหาวิทยาลัยไปขึ้นรถ พิมพ์ e-ticket ออกมาไว้เป็นหลักฐาน แล้วตอนหลังเอา flash drive นั้นมาเสียบ notebook ปรากฏว่ามี virus แสดงว่า virus มาจากเครื่องคอมของร้านค้านั้น สรุปก็ได้ confirm ตั๋วกลับกรุงเทพ 2 ใบ ในราคาคนละ 780 หยวน บวกภาษี 90 หยวน รวมเป็น 870 หยวน สองคน 1740 หยวน แต่เขาจะเก็บเป็น $US เขาเทียบเป็น 229.80 $US ถูกมากครับ จองทาง Internet เขาให้เราเลือกอาหารพิเศษได้ด้วยครับ นักเรียนไทยที่มาเรียนเมืองจีนมีหลายอย่าง บางคนมาเรียนภาษาจีน บางคนมาเรียนต่อ ป.ตรี หรือ ป.โท ภาค Inter ไม่ต้องสอบเทียบ HSK บางคนมาเรียน ป.ตรี ป.โท ร่วมกับคนจีน กรณีหลังต้องสอบเทียบ HSK ให้ได้ระดับ 8 ลูกผมสอบได้ระดับ 6 ตอนกลับจากปักกิ่งได้ระดับ 7 ที่ปักกิ่งจะเรียนหนักกว่าทางกวางเจา วันนี้ช่วงเช้า จะไปดู capital museum http://www.capitalmuseum.org.cn ก่อนไปหา ซาละเปา ร้อน ๆ รองท้องก่อน แล้วไป capital museum ด้วยรถใต้ดิน อยู่บริเวณสถานี Muxidi เช้านี้คนเยอะทีเดียวครับ ออกทาง Exit C ค่าเข้าชมคนละ 30 หยวน มีของให้ดูเยอะเหมือนกัน แต่น้อยกว่า museum แห่งชาติ ไต้หวัน มีภาพเขียนยาวมาก ๆ ต้องม้วนไว้ คนวาดไม่รู้วาดได้อย่างไร วิวที่ยาวติดต่อกัน คงต้องย้ายที่เขียนไปเรื่อยกว่าจะเสร็จ เวลาเราเดินไปดู ไฟก็จะเปิด ถ้าไม่มีคน ไฟจะปิดเอง ดูเสร็จ เรานั่งรถไฟใต้ดินไปต่อที่วัดลามะ ค่าบัตร 25 หยวน มี CD multimedia ให้ด้วยครับ
วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. 2007 เช้านี้เราไปเที่ยวเทียนจินกัน 3 คน พ่อแม่ลูก ด้วยรถไฟหัวกระสุน วิ่งด้วยความเร็วร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง เที่ยนจินห่างจากปักกิ่ง 137 km รถไฟวิ่ง 1 ชั่ว 4 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 9 นาที รถไฟหัวกระสุนจะมีรหัสขบวนที่ขึ้นต้นด้วยตัว D ซึ่งมีตั๋วชั้น 1 และชั้น 2 ตอนแรกกะจะไปให้ทันขบวน D51 ออกเวลา 06.50 แต่ไปไม่ทัน จึงไปซื้อตั๋วขบวน D533 ออกเวลา 08.05 แต่คนขายตั๋วนั๋งหมดต้องยืน ก็งงว่ามีตั๋วยืนด้วยหรือ ไม่เอาดีกว่า จึงเปลี่ยนเป็นขบวน D535 ออกเวลา 09.21 ถึงเทียนจิน 10.30 น. ซื้อตั๋วชั้น 2 ราคาคนละ 42 หยวน และกะว่าขากลับจะลองนั่งชั้นหนึ่งดูว่าผิดกันอย่างไร สภาพรถไฟชั้น 2 คล้ายบนเครื่องบิน ไม่แพ้ airasia ครับ ที่นั่งเลื่อนให้ยาวออกมาได้ พนักพิงเอียงได้มากกว่า 45 องศา ขากลับนั่งชั้น 1 จะเป็นอย่างไร พวกที่ยืน คือพวกที่ไม่มีที่นั่ง ยอมซื้อตั๋วยืนเพราะไม่อยากรอครับ ก็ต้องยืนไป 1 ชั่วโมง นั่งสบายมากครับ ผมนั่งหลับอย่างสบาย มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงเทียนจินแล้ว สถานีรถไฟเทียนจินมีสองแห่ง คือสถานีตะวันตก และสถานีใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ขบวน D535 จะจอดที่สถานีใหญ่ หน้าสถานีมีซุ้มอยู่หลายซุ้ม ปรากฏว่าเป็นซุ้มมาคอยรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเทียนจิน เราจึงเข้าไปถามข้อมูลในการเที่ยวเทียนจินจากอาจารย์ท่านหนึ่ง แล้วเดินไปทางขวามือของสถานีรถไฟประมาณ 300-500 เมตร จะเป็นที่จอดรถเมล์หลายสาย ค่ารถเมืองเทียนจิน คนละ 1.50 หยวน ถ้าเป็นรถแอร์จะขึ้นต้นด้วย K ค่ารถคนละ 2 หยวน เรานั่งรถสาย K24 คนละ 2 หยวน ไปลงตงหม่าลู่ ลงรถแล้วก็งง ๆ แล้วดูแผนที่ที่ซื้อมาราคา 3 หยวน เทียบกับแผนที่แล้ว ก็เดินข้ามถนนไปหน่อยก็เจอแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น High light ของเทียนจิน ในรูปแท่นหินได้สลักหนังสือว่า เทียนจินกู่เหวินฮัวเจีย ลืมบอกไปว่า ก่อนออกจากสถานีรถไฟเทียนจิน เราได้ซื้อตั๋วกลับปักกิ่งเลย ตอนแรกกะจะซื้อขบวน D548 ออกเวลา 19.16 ถึงปักกิ่ง 20.25 น. แต่กะจะหาอาหารทะเลทานกัน เพราะเทียนจินอยู่ใกล้ทะเล อาหารทะเลมีชื่อ กลัวจะกลับไม่ทัน จึงเปลี่ยนเป็นขบวน D550 ออกเวลา 20.39 ถึงปักกิ่ง 21.48 น. ซื้อตั๋วชั้น 1 ราคาคนละ 51 หยวน เดินจนบ่ายแล้ว เข้าหา Information ขอคำแนะนำเขา ปรากฏว่า หายากมาก หลบมุมอยู่กว่าจะเจอ เมื่อเข้าไปแล้ว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สาวหลับครับ ต้องรอให้ตื่น พอตื่นแล้ว เรารออีกหน่อยให้หล่อนหายงัวเงียก่อน พอหายงัวเงียเท่านั้น เจ้าหล่อนก็ซดบะหมี่เป็นการใหญ่ เราก็ต้องรออีกหน่อย แล้วเราก็ถามทาง และขอคำแนะนำว่า ร้านอาหารทะเลในเทียนจินร้านไหนมีชื่อเสียง ก็ได้ความว่า ร้านฮั่นจินไป๋ และร้าน เซี่ยเทียนเซี่ยตี จึงตัดสินใจไปร้านเซี่ยเทียนเซี่ยตี้ ก่อน ตอนเย็นค่อยไป ร้านฮั่นจินไป๋ เธอบอกให้เรียก Taxi ไปไม่เกิน 10 หยวน ร้าน เซี่ยเทียนเซี่ยตี้ อยู่ติดกับ Mc การตกแต่งภายในร้าน ดูหรูดี น่าจะแพง แต่ไม่แพงเลยครับ บนโต๊ะเรา ปูผ้าอย่างดี อาวุธในการกินก็สวยดี จานแรกเป๋าฮื้อผัดผัก อร่อยมากถึงมากที่สุด ถ้าเป็นในกรุงเทพ สงสัยจานนี้จะราคาเท่าไร ต่อมาเป็น แกงจืดกุ้งใส่ผัก ไม่ใช่ผักใส่กุ้งนะครับ เพราะกุ้งเยอะมาก จานต่อมาเป็นรวมมิตรทะเลทอดกรอบ หอมมาก แต่ไม่ถือว่าอร่อย เพียงสามจาน ไม่ต้องสั่งข้าวก็ทานไม่หมดแล้ว เพราะจานใหญ่มาก ทำให้อิ่มจนทานอาหารเย็นไม่ไหว แต่เชื่อหรือไม่มื้อนี้ราคาเพียง 103 หยวนเท่านั้น ก่อนออกจากร้าน เราก็ถามทางเด็กในร้าน เขาก็ว่าที่ที่จะไปอยู๋ไม่ไกล พอเดินได้ เรากำลังจะไป ถนนคนเดินแห่งเมืองเทียนจิน เดินมาประมาณ 15 นาทีก็เห็นห้าง Parkson ก็ใช่แล้ว ข้างหน้าเห็น Wal-Mart ก็เข้าไปดู คนเยอะมาก ๆ รู้สึกคนจีนจะนิยม Wal-Mart มาก Wal-Mart เป็นต้นถนนคนเดิน เห็นถนนยาวมาก จึงขึ้นรถที่วิ่งภายในถนนคนเดิน เขาเก็บคนละ 2 หยวน ถนนคนเดินในเทียนจินยาวมาก เป็นถนนคนเดินที่ยาวที่สุดเท่าที่ผมเคยเดินมา เรานั่งอยู่ในรถ ผ่านอะไรที่น่าสนใจก็ถ่ายรูปไว้ เรานั่งรถไฟฟ้าภายในไป แล้วเดินกลับ เดินจนเย็นใกล้ค่ำ ก็ถามทางคนท้องถิ่น เดินไปอีกหน่อยก็ถึงสะพานที่มีรถที่จะไปสถานีรถไฟ มีรถสาย 5, 8 ผ่าน ตึกรามบ้านช่องที่เที่ยนจิน มีสวย ๆ หลายแห่ง ที่จริงมีรถทัวร์วิ่งระหว่างเทียนจินและปักกิ่ง ค่ารถเพียง 30 หยวนเท่านั้น แต่คนจีนเองก็นิยมรถไฟมาก โดยเฉพาะรถไฟหัวกระสุน ที่นั่งชั้น 1 สภาพดีกว่า Air Asia มาก มีที่วางเท้ายื่นออกมารับเท้าได้ยาวมาก พนักงานแต่ตัวไม่แพ้แอร์ตามสายการบินเลย ชั้น 2 จะมีที่นั่งด้านหนึ่ง 3 ที่ อีกด้านหนึ่ง 2 ที่ ชั้น 1 จะมีด้านละ 2 ที่ เบาะหนานุ่ม นั่งสบายมาก ห้องน้ำ fully automation ไม่ต้องกดน้ำนะครับ เพราะใช้ เซ็นเซอร์ ตาไฟฟ้า สะอาดกว่าสายการบินหลาย ๆ สายเสียอีก มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กขนาดใหญ่ สะอาดมาก เพียงพักเดียวก็ถึงแล้ว ลูกไม่อยากลุกเลย จะนั่งให้คุ้ม แต่คิดแล้ว ยังถูกกว่านั่งกระเช้าไฟฟ้าครับ สถานีรถไฟปักกิ่งยามค่ำ กลับที่พักแล้ว
วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย. 2007 เช้านี้เราไปซีตัน(Xidan) และไปเก็บรายละเอียดที่ Wangfujing เรานั่งรถเมล์ 2 บาทไปซึตัน ย่านชอปปิ้งของคนท้องถิ่น เวลาผมเดินทางท่องเที่ยวในเมืองจีน ผมมักซื้อผลไม้ติดตัว เวลาหิว ไม่ว่าหิวน้ำ หรือหิวข้าว ก็กินผลไม้รองท้องได้ ผลไม้เมืองจีน แล้วแต่คนชอบ ผมชอบสาลี่ และลูกแพร สาลี่จีน มีน้ำมากชุ่มฉ่ำกว่าที่กินที่เมืองไทยอย่างเห็นได้ชัด ลูกแพรก็หวานกรอบ อร่อยมาก สิ่งที่ต่างกันมากระหว่าง Wangfujing และซีตัน (Xidan) คือย่าน Wangfujing เป็นย่านมีคนต่างชาติมาก ส่วน ซีตัน เป็นแหล่งชอปปิ้งของคนท้องถิ่น เป็นคนจีนมากกว่า 95% กางเกงขายาวตัวละ 19 หยวน นาฬิกาข้อมือ 20 - 58 หยวน บางร้านขายทุกอย่าง 10 หยวน Xidan Shopping Center มีร้านค้าจำนวนมาก 10 กว่าชั้น ทุกชั้นมีคนเยอะทุกชั้นอย่างไม่น่าเชื่อ ที่นี่มีขายของทุกอย่างก็ว่าได้ สำหรับคนชอบชอป ผมว่าที่นี่เดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว วันนี้คนเยอะ อาจเพราะเป็นวันอาทิตย์ก็เป็นได้ ร้านอาหารบางร้าน บะหมี่ขนาดเท่ากะละมัง ไม่รู้กินหมดได้อย่างไร ถ้าอยู่เมืองไทย ไม่กล้าเข้าไปถ่ายรูปนะครับ แต่เราเป็นคนต่างชาติ บอกเขา เขาก็เข้าใจ ขอหน่อย ขอที ทานข้าว และนั่งพักแล้ว ก็กลับไปเก็บตกแถว Wangfujing ถ้านั่งรถใต้ดินมาที่สถานี Wangfujing อาจขึ้นมาทางห้างโอเรียนทัลพลาซ่าได้ ตอนที่สร้างห้างแห่งนี้ ได้ขุดพบซากชุมชนยุคหินเก่าที่มีอายุมากกว่า 20,000 ปี เขาจึงขุดขึ้นมาแล้วสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ชั้นใต้ดิน ฝั่งตรงข้ามห้างโอเรียนทัลพลาซ่า เป็นโรงแรมปักกิ่ง เป็นโรงแรมเก่าแก่ เดิมคือโรงแรมกรอง โอแตล เดอ เปแก็งของชาวต่างชาติ เปิดมาตั้งแต่ปี 1917 แต่ได้ต่อเติมตัวอาคารออกไปอีกหลายปีก เหมาะกับการเดินเที่ยว แต่ผมไม่ได้เข้าไปนะครับ ฝากไว้ก่อน ถัดเข้าไปหน่อยทางด้านซ้ายมือ จะมีย่านถนนวัฒนธรรมเหมือนกัน มะพร้าว ครับ มะพร้าว ใบละ 10 หยวน คนปักกิ่งเขากินแต่น้ำนะครับ และน้ำมะพร้าวเขาก็จืดกว่าของเรามาก ไม่หอมหวานเหมือนของไทย กลับมา ผมก็หามากินติดต่อกันหลายวัน องุ่น และมะเขือเทศ ชุบ น้ำตาลเจลลี่ เหมือนในหนังจีน ไม้ละ 3 หยวน พวกปิ้งย่างก็มีหลายอย่าง ของเก่า ครับของเก่า เพิ่งทำมาใหม่ ๆ เลย ของที่นี่ ก็บอกราคาผ่านมาก ถ้าอยากได้ต้องต่อราคาเก่ง ไม่อย่างนั้นก็เป็น หมูสยามครับ วางขายมากมาย มองกันจนลานตาไปหมด ต้องดูผ่าน ๆ เพราะร้านค้ามีมากครับ พัดทำจากผ้า ไม่ใช่ทำจากกระดาษนะครับ แต่ตั้งราคาแพงทีเดียว พอเดินหนี ราคาก็ลดอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ทานไหมครับ ม้าน้ำ แมลงป๋องก็มี และสัตว์เลื้อยคลานที่คล้ายตุ๊กแกก็มีขาย เสียบไม้ครับ คุณจะเลือกอะไรดี เดินจนพอใจแล้ว ยังบ่าย 3 เอง กลับที่พัก พักผ่อน จัดของดีกว่า ลูกฝากของกลับบ้านด้วย กระเป๋าใบใหญ่ จึงต้องเรียก Taxi ไปสนามบิน รวมค่าทางด่วนเกือบ 100 หยวนครับ 2 -3 วันก่อนเดินทางกลับ อากาศตอนค่ำเริ่มเย็นลง แต่กลางวันยังร้อนอบอ้าวอยู่ check in Srilanka จองทาง Internet แล้วพิมพ์ไปตามคำแนะนำของเขา ก็ไม่มีปัญหาอะไร บนเครื่องก็ไม่มีกลิ่นแปลก ๆ มีจอส่วนตัว สามารถดูหนัง หรือเล่นเกมส์ได้ มีหมอน และผ้าห่มให้ ในราคา oneway 870 หยวน ถูกมากครับ นั่งไปสักพัก Air ก็นำอาหารมาให้เราสองคนก่อนคนอื่น เป็น sea food ตามที่ขอไว้ ได้เป็นปลา salmon ชิ้นหนาขนาดใหญ่ และ สลัดปลาทูนา ขนมเค๊ก ก็อร่อยครับ
กลับถึงกรุงเทพประมาณ 3.00 น.
สรุปค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ ต่อคน
ค่าตั๋วไปมาเก๊าคนละ 2150 บาท
ค่า Taxi ไปท่าเรือ 51 MOP/3 = 75 บาท
ค่าเรือข้ามฟาก First Ferry วันอาทิตย์ 155 MOP = 695 บาท
ค่าที่พักใน Hong Kong 450/3 = 675 บาท
ค่ารถไฟ Hong Kong - Beijing = 2610 บาท
ค่า Taxi ไปที่พัก 29 หยวน = 50 บาท
ค่าตั๋วรถไฟไปเทียนจิน 42 หยวน กลับ 50 หยวน = 414 บาท
ค่า ตั๋ว Srilanka กลับกรุงเทพ = 3910 บาท
ค่า Taxi ไปสนามบิน = 75 บาท
รวม = 10654 บาท
สิ่งที่ประหยัดไป ไม่ได้จ่ายคือค่าที่พัก ถ้าไปกัน 2 คน สามารถหาได้คืนละ 200 หยวน ต่อคืน ตกคนละ 500 บาทต่อคืน แพงไหมครับ